Abstract

อุเหม่~ ตั้งชื่อซะอลังการ
แต่จะว่าไป อะไรที่มัน "ครั้งแรกในชีวิต" เนี่ย
มันดูยิ่งใหญ่เนอะ
แล้วเหมือนกับว่ายิ่งโตขึ้น เรื่องครั้งแรกในชีวิตก็ดูจะน้อยลงเรื่อยๆ
บ้างก็อาจเพราะไม่มีโอกาส(หรือไม่ได้ไปหาโอกาส)ที่จะเจอเรื่อง"ครั้งแรก"ใหม่ๆ
บ้างก็ปฏิเสธที่จะเจอ ด้วยความที่เราคุ้นชิน และยิดติดกับเรื่องเดิมๆ
คล้ายกับการที่เราบอกว่าเราไม่กินอาหารนี้ เพราะ"กินไม่เป็น"
ทั้งที่บางทีเราอาจจะแค่ ไม่เคยกิน เท่านั้นเอง
บางครั้งก็ลองดูบ้างไหม จะได้รู้ว่ามันเป็นยังไง
แล้ว "ชอบ" หรือ "ไม่ชอบ" ก็เป็นอีกเรื่องนึง
ตอนที่เราปฏิเสธไป ใครเล่าเลยจะรู้ว่า
เราอาจจะพลาดอาหารจานที่อร่อยที่สุดในชีวิตไปแล้วก็ได้

ทั้งนี้ ทั้งนั้น ทั้งโน่นนี่นั่น
ก็เลือกเข้าหาแต่ครั้งแรกในชีวิตที่ดีๆ นะ
ไม่ได้บอกว่าต้องมีสาระหรอก (เพราะเรื่องไร้สาระนี่แหละสุดยอดแล้ว555)
แต่ไม่ได้หมายความว่าให้ไปทำอะไรครั้งแรกแบบ...
"โอ้วว~ การฆ่าคนด้วยปากกาคอแร้งครั้งแรกในชีวิตนี่มันสุดยอดจริงๆ ว๊ะ5555..."
อ่ะนะ...มีวิจารณญาณนิดนึง

ที่พูดมาทั้งหมดเนี่ย มีนไม่ได้เกี่ยวกับภาพที่จะมาแปะซักนิด!
แต่อยู่ๆ ก็ถลำเหลือกไปแล้ว ก็ปล่อยเราเพ้อไปเถอะนะ

เพื่อนให้วาดลายเพื่อจะไปสักที่ข้อมือให้
(แต่ไปๆ มาๆ น่าจะไปอยู่ที่ข้อเท้าแทน ซึ่งเราก็ว่าเหมือนกันแหละมะเห็นเป็นไร)
ปกติแล้วไม่ค่อยได้วาดแบบมีโจทย์เท่าไหร่ แถมมันต้องเป็นเส้นวนรอบอีกต่ะหาก
เลยแอบเกร็งๆ นิดนึง
แต่สุดท้ายก็คลอดออกมาจนได้ 4 แบบ
เพื่อนผู้ชายอ่ะนะ ก็พยายามวาดให้มันดูผู้ชาย แต่ก็ไม่รู้สำเร็จไม๊
ยังไงผู้ที่ผ่านแวะเวียนมาเม้นแอบอยากทราบความเห็นนิดนึงนะว่าชอบอันไหน
หรือถ้าไม่ชอบเลยก็บอกได้นะ (ประมาณว่านี่มันลายยึกหยึยอะไรของแกเนี่ย!)
เพราะบางทีเวลามองเองมันไม่รู้หรอก

ตอนแรกกลุ้มใจว่าตรงจุดเชื่อม(ให้เป็นเส้นวงกลม)จะทำยังไง
สุดท้ายก็ใช้วิธีพับเอา-_-"

01

 

 

 

02

 

 

 

03

 

 

 

04

 

ใช้ปากกาพิกม่าวาดลงเลยแบบไม่ได้ร่างเหมือนเดิม
พี่เส่งเคยแนะนำให้ลองใช้ปากกาพู่กันแต่ก็ยังไม่ได้ลอง
แต่เราวาดแบบกดมากเลย อาจจะใช้พู่กันไม่ได้
ถูไถไปประมาณนี้ก่อนอ่ะเนอะ:)

โว้เย~ (จะร้องทำมะ พร้าวห้าวทำไม)

ไม่น่าเชื่อเลยว่าวันนี้ลายที่เราวาดมันจะไปกลายเป็น "ลายสัก" บนร่างกายจริงๆ
และร่างกายนั้นก็คือเพื่อนเลิฟของเราเอง!!  ^-^~
(แล้วทุกคนก็คิดว่าอ๋อ...มิน่าล่ะ เพื่อนมันนี่เอง ไม่งั้นคงไม่มีใครคิดสั้นหรอก...ใช่ไม๊!!!-_-")
เอาเถอะนะ ถึงจะกังวลมากว่ามันจะมิสวยอายเขารึเปล่า
แต่เราก็ตื่นเต้นและดีใจมาก แล้วเราก็ตั้งใจวาดมากด้วย
จนรู้สึกว่าตั้งใจมากไปจนเกร็งรึเปล่าฟะเนี่ยตรู -_-"
ก็มันจะติดอยู่บนตัวเพื่อนเราไปตลอดชีวิตเลยนะ!!!
ไม่ "จะ" หรอกมันติดไปแล้ว...
เลยนำมาให้ยลกัน ด้วยประการฉะนี้แล~

...

......

.........

............

อ๊ะๆ รู้นะ! ตั้งใจดูเพื่อนเรากันใหญ่เลยล่ะสิ ไม่ได้ดูรอยสัก555 มันเด่นกว่าใช่มะ^^

มีคนให้วาดสัญลักษณ์ "โอม" ให้
แต่แรกก็ไม่มั่นใจว่าจะวาดได้ไม๊แต่สุดท้ายออกมาก็ค่อนข้างชอบ

แบบปรับสีในคอม(บ่ได้ปรับเอง^^)

ไหนๆ ก็เอา"โอม" มาลงแล้ว ไม่ให้เสียเที่ยวก็เลยเอาเกร็ดเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับคำนี้มาฝาด้วย
ไม่อยากพูดในเชิงศาสนาให้เกิดกังขาในอารมณ์...และเราก็ไม่ได้เชี่ยว-_-"
แต่ยังไงก็ต้องเกริ่นพาดพิงหน่อยนะ

"โอม" เป็นคำศักดิ์สิทธิ์ในศาสนฮินดู แต่รู้รึเปล่าว่าคำนี้มีพลังและมีความหมายมากกว่านั้น
ตามความเชื่อของฮินดู "โอม" มาจากตัวอักษร 3 ตัวประกอบกันนั่นก็คือ
อะ - อุ - มะ
ซึ่งหมายความถึงพระนามของมหาเทพสูงสุด3 พระองค์คือ
อะ คือ พระศิวะ
อุ คือ พระวิษณุ
มะ คือ พระพรหม

มาถึงตรงนี้แล้วสงสัยมะ ว่าจากชื่อแล้วย่อยังไงถึงเป็น 3 คำนี้ได้
ได้สิ! เพราะมาจากพยางค์ท้ายขอชื่อน่ะเอง
พระ(ศิว)อะ  พระ(วิษณ)อุ  และ (พระพรห)มะ

ในทางพุทธ
สมเด็จพระจอมเกล้าฯ รัชกาลที่ 4 ทรงดัดแปลงคติเรื่องโอม จากของฮินดูมาเป็นพุทธ โดยทรงอธิบายว่า
อะ   มาจาก  อรหํ (พระอรหันต์) หมายถึงพระพุทธเจ้า
อุ.    มาจาก  อุตฺตมธมฺม (ธรรมสูงสุด) หมายถึง พระธรรม
ม.    มาจาก  มหาสงฺฆ (สงฆ์หมู่ใหญ่) หมายถึงพระสงฆ์

รวมแล้วเป็นพระรัตนตรัยนั่นเอง

พอ~......เรื่องศาสนาดีกว่า ลองมามองแบบวิทยาศาสตร์บ้าง
อันนี้มันเกี่ยวเนื่องกับเรื่องเสียงบำบัด
ที่จริงเคยอ่านเรื่องนี้เมื่อนานมาแล้ว ด้วยสมองปลานิล(ทอง!) ของเราจึงจำได้รางๆ เท่านั้น555
เค้ามีพูดถึงเสียงต่างๆ [เช่น อา อู โอ อี ฯลฯ] ว่ามันมีธรรมชาติของคลื่นเสียงที่แตกต่างกัน
ซึ่งส่งผลกระทบ หรือกระตุ้นประสาท อวัยวะ หรือจักระในร่างกายเราในแบบต่างๆ กัน
จำได้อยู่ตัวอย่างนึงคือเสียงคำว่าฉี่ อย่างเวลาทำเสียง ชี่ ชี่ กระตุ้นให้เด็กทารกฉี่
ก็เป็นเพราะคลื่นเสียงลักษณะนี้มันช่วยกระตุ้นร่างกายบริเวณกระเพาะปัสสาวะอะไรประมาณนั้น
คิดแล้วก็ปวดฉี่....เฮ้ย! อุปทานนอกเรื่องแล้ว!! ต่อๆ

ในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์
"โอม" เป็นเสียงที่เกิดจากการผสมจากเสียง 7 เสียง คือ
โอ อู อา เอ อี อือ อึม
ซึ่งจะส่งผลสั่นสะเทือนจักระ 6 จุดในร่างกาย
(ร่างกายมนุษย์มี 7 จักระ แต่อันนี้ยกเว้นจักระที่ 1 คือบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์กับทวารหนัก)

เสียง โอ และ อู    แรงสั่นสะเทือนอยู่ที่ ท้อง
เสียงอา               แรงสั่นสะเทือนอยู่ที่ หัวใจ
เสียง เอ              สั่นสะเทือนที่คอ
เสียง อี               สั่นสะเทือนที่หน้าผาก
เสียง อือ และ อึม สั่นสะเทือนที่จอมประสาท และทั่วศีรษะ

ดังนั้นเวลาที่เราเปล่งเสียงคำว่า โอมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
ให้ออกมาจากท้อง จึงเป็นการบริหารจักระ หรือเป็นการบริหารระบบประสาทนั่นเอง
เรื่องนี้สัมพันธ์กับการที่ในบทสวดต่างๆ ซึ่งมีเสียงต่างๆ เหล่านี้อยู่
เวลาที่คนเรารู้สึกไม่สบายใจ เมื่อเปล่างเสียงบทสวดจึงเป็นการช่วยคลายความคับข้องหมองใจไปได้ในระดับนึง

ถ้าใครไม่เชื่อเรื่องพลังของคลื่นเสียงว่ามันมีผลกับร่างกายและจิตใจเราจริงๆ
แนะนำให้ลองไปอ่านเอนทรี่นี้ดู >>>
http://--ame--.exteen.com/20081105/messages-from-water

เป็นการทดลองทางวิทยาศาสตร์สนุกๆ น่าอะเม๊ซิ่งดิ๊งดั๊ง
เออแฮะ สองเรื่องนี้มันแอบสัมพันธ์กันโดยบังเอิญนะเนี่ย:)

ขอให้สุขีดี๊ด๊ากันถ้วนหน้าถ้วนหลัง!

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติม
http://thaiherbclinic.com/node/13
http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/010523.htm
http://variety.thaiza.com/